[EXM] Sound of Silence

posted on 25 Apr 2012 13:56 by bananaleaf in EXM directory Fiction

 

 
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
 
 
 
 
 
:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:+:
 

 

 

Title:  Sound of Silence

Author: BananaleaF

Characters: Drake, Artimis, Luke  

Rating: G

Author’s Note เป็นช่วงที่เดรกอายุ 12 เพิ่งเข้ารร.มาได้ 3 เดือน
 
 
 
 
 
 
 

'นางเงือกที่ยอมแลกเสียงตัวเองกับแม่มดทะเล เพื่อตามหาเจ้าชาย

แต่ไม่สามารถทำให้เจ้าชายหลงรักได้ และไม่สามารถใช้กริชของตัวเองแทงหัวใจของเจ้าชายได้  

จะต้องตายกลายเป็นฟองคลื่น….'

 

 

 

               ผมปิดนิทานกริมม์ที่ยืมมาจากห้องสมุด  หรี่โคมไฟ  มองเด็กหนุ่มหน้าตกกระ ผมสีชมพูที่นอนหลับไปแล้ว                     ลุคอยู่ห้องข้างๆ   หนีมานอนห้องผมตั้งแต่วันแรกที่ผมย้ายเข้ามา   หมอนี่ใช้ข้าวของของผม   ใส่เสื้อของผมเหมือนของตัวเอง       แย่งเตียงผมไปเสียกว่าครึ่ง   กว่าสามเดือนที่ผ่านมาที่ผมต้องนอนตัวแข็งทื่ออยู่อีกฟากหนึ่งของเตียง   มีมือของลุคกอดไว้ข้างๆ       ลุคติดผมแจมากกว่าเดิม  จนทุกคนคิดว่าหมอนี่กลายเป็นรูมเมทผมถาวรไปเสียแล้ว

 

 

 

                เสียงหนึ่งในคฤหาสน์ดังขึ้นเป็นทำนองจนผมต้องหยุดฟัง  เสียงนั้นไหลเข้ามาหัวผมเรื่อยๆเหมือนสายน้ำ สูงหวานราวกับไม่ใช่มนุษย์  ผมยังควบคุมพลังพิเศษไม่ได้จึงไม่รู้ว่ามันมาจากที่ไหน  แยกไม่ออกว่านั่นคือคำพูดหรือความคิด  จังหวะของมันเรียบเรื่อย เหมือนเสียงพูด  สูงต่ำมีทำนอง  ฟังดูเงียบสงบ ไม่รุกราน และเป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก …….

 

 

 

 

[Up where they walk, up where they run]

 

 

[Up where they stay all day in the sun]

 


[Wanderin' free - wish I could be]

 


[......Part of that world]

 

 .

.

               เสียงนั้นกำลังเล่าถึงนางเงือก  เรื่องเดียวกับหนังสือนิทานที่ผมอ่านอยู่  หรือจะมีใครวิ่งเล่นไปมาในคฤหาสน์แล้วแอบเห็นเข้า  หรือผอ.จะจับเงือกเลี้ยงไว้ใต้สระว่ายน้ำ   โลกนี้มีเรื่องประหลาดเยอะแยะไปหมด   ต่อให้ผอ.จับเงือกมาขังไว้หรือใครที่มีพลังพิเศษเหมือนเงือกกำลังร้องเพลง  ผมก็คงไม่แปลกใจ   หัวของผมคิดว้าวุ่นไปต่างๆนานา แม้กระทั่งคิดได้ว่านั่นเป็นผี!!!  เพียงแค่นั้น ผมก็ขนลุกเกรียว …บ้าน่า ผีไม่มีจริงในโลกสักหน่อย!! อย่าปอดแหกไปหน่อยเลย เดรก  วาร์เนอร์!

 

 

 

              “เดรก…..ไปไหน?”   เด็กหนุ่มผมสีชมพูคว้ามือผมไว้อย่างงัวเงีย  ลุคติดคน  และเป็นแบบนี้เสมอเวลาที่ผมไม่ได้อยู่ใกล้ๆเวลาเขาเข้านอน

.

 

              “ห้องน้ำ เดี๋ยวมา”  ผมตอบห้วนสั้น แกะมือลุคออก  ในใจนึกสงสัยที่มาของเสียง   วูบหนึ่งก็กลัว  ส่วนอีกวูบหนึ่งก็นึกสงสัย  สุดท้ายความสงสัยก็ชนะ อย่างน้อยเสียงที่ไม่รุกรานก็ทำให้ผมพออุ่นใจได้บ้าง

 

 

              “……….อย่าไปนานนะ”  ลุคตาปรือ

.

 

              ราวลูกเป็ดกับแม่เป็ด ผมพยักหน้าให้และถอนหายใจ แกะมือของลุคที่กอดเอวผมไว้แน่น  ห่มผ้าให้เขา  ก่อนที่จะเดินไปตามทิศทางที่มาของเสียงแบบกล้าๆกลัวๆ   ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียง Timothy หลับสนิท  เสียง Big BroดูVCDอะไรไม่รู้ที่ทำให้ผมหน้าร้อนฉ่า  ได้ยินเสียงลุคที่กำลังนอนกระสับกระส่ายรอผมอยู่ในความมืด   ...ท่ามกลางความดึกสงัดในเวลาเที่ยงคืน  เสียงนั้นก้องกังวาลแจ่มชัดชัด  ผมเดินผ่านห้องนั่งเล่นว่างเปล่า  ผ่านแสงไฟสลัวลงไปตามบันไดวนเรื่อยไปจนถึงครัว  พบเด็กหญิงตัวเล็กผมทองกำลังรื้อไอศกรีมกุกกักอยู่ 

 .

 

 

[When's it my turn]

 


[Wouldn't I love, love to explore that world up above?]

 


[Out of the sea. Wish I could be…..]

 

 


[Part of that world…]

 

 

               อาร์ตี้ไม่ได้เป็นใบ้ แต่เธอไม่ยอมพูดอะไรหลังจากเหตุการณ์นั้นอีก ไม่มีใครเคยได้ยินเสียงของเธอนอกจากแอนธอส  Big Bro และอีกไม่กี่คนที่อยู่ที่นี่ก่อนออสตินตาย  

 

--ผมมองเธอเหมือนเห็นนางเงือก 

 

 

 

               เด็กสาวตกใจจนทำไอศกรีมร่วงลงพื้น  ทุกอย่างเงียบกริบ  มีเพียงเสียงไอศกรีมวนิลาหนึ่งแท่งกลิ้งไปมาบนพื้นกระเบื้อง

 

               “เธอร้องเพลงเพราะนะ”    ผมอึกอัก กลัวว่าเธอจะโกรธที่ผมเห็นเธอกำลังร้องเพลง

 

                [เธอได้ยิน ?]  อาร์ตี้ยิ้มดีใจ

 

               “เอ่อ …. ขอโทษ  ฉันยังควบคุมพลังตัวเองไม่ได้  ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง….”

 ผมละล่ำละลักอย่างลนลาน  เหงื่อชุ่มมือไปหมด  เก็บไอศกรีมแท่งที่หล่นพื้น   เปิดตู้เย็น แล้วหยิบไอศกรีมอีกแท่งให้อาร์ตี้  ส่วนแท่งที่ตกพื้นผมถือว่าลาภลอย หยิบมาล้างนิดหน่อยแล้วกินต่อ

 

               “เธอร้องเพลงอะไรน่ะ?” 

 

 

               [Part of Your World]

               [Part of Your World ของ Little Mermaid ไง]

 

 

               “อ้อ …โศกนาฎกรรมที่นางเงือกกลายเป็นฟองคลื่น?”   ผมพยักหน้าตามประสาซื่อ  เล่าถึงนิทานที่อ่านมา เล่าได้ไม่กี่คำอาร์ตี้ก็ตบเข่าผมดังฉาดดด

 

 

 

               [เดรก นั่นมันนิทานกริม !! ]

               [ส่วนนี่ Walt Disney ……]  [เธอไม่เคยดูเหรอ?]

 

 

               ผมส่ายหน้าพรืด หน้าร้อนไปทั้งหน้า ……  ให้ตายสิ เรื่องเสร่อหลังเขาแบบนี้นี่เดรก วาร์เนอร์ไม่เคยมีใครเกิน

 

 

               [ เรื่องนี้เงือกไม่กลายเป็นฟองคลื่นหรอก เดรก   ฉันเคยนั่งดูกับ  Daddy นางเงือกเรื่องนี้สุดท้ายก็ได้แต่งงานกับเจ้าชาย เจ้าชายปราบแม่มดร้ายได้  ส่วนนางเงือกก็ได้อยู่กับเจ้าชายอย่างมีความสุข  ….  Daddy ชอบมากเลย ชอบให้ฉันดูด้วย แต่แอนธอสไม่ยอมดู  ชอบบอกว่านั่นน่ะนิทานเด็กที่มีเด็กไม่รู้จักโตนั่งเนียนอยู่อีกหนึ่งคน … สุดท้ายสองคนนี้ก็เอาแต่เถียงกันไม่เลิก แด๊ดดี้รู้สึกสนุกมากเลยเวลาที่ได้เถียงแอนธอส ….. คนที่ดูจบก็มีแต่ฉันทุกที ]

 

               ผมนั่งลงข้างอาร์ตี้  ใช้หลังพิงตู้เย็นข้างๆเธอ  ฟังเด็กสาวเล่าเรื่องของออสติน  ผอ.คนแรกที่พลังเหมือนผมอย่างตั้งใจ  เพราะแอนธอสคือฮีโร่ของผม  ส่วนออสตินคือเหตุผลที่ทำให้ผมมาที่นี่ .....

 


               [เธอไม่ร้องเพลงบ้างเหรอ? ]

 

               ผมส่ายหน้าพรืดอีกรอบ  ก่อนผมมาที่นี่ ผมไม่เคยถูกพูดถึงในแง่ดีจากคนในห้องเรียน  ไม่มีใครอยากให้ไอ้งั่งเดรกร้องเพลงหรอกครับ ถึงจะฮัมเพลงในไร่บ้างตอนเลี้ยงวัว แต่ก็ทำไปแค่แก้เบื่อ หรือแก้หนวกหูเวลาไม่อยากให้เสียงโน่นเสียงนี่ไหลประเดประดังเข้าหัวเท่านั้น   ผมยังไม่รู้วิธีควบคุมพลังของตัวเอง   ตั้งแต่ผมมาที่นี่ผมจึงได้เริ่มฟังเพลงใหม่ๆจากวิทยุ และที่สำคัญผมไม่ใช่ป้าซูซาน  บอยด์

 

 

              [เธอรู้จักเพลงอะไรบ้าง]

 

 

              “…เอ่อ.. Old Macdonald had a farm….. , Country Road,  Hotel California, เอ่อ… Hakuna Mutata , Part of your world ที่ดักฟังจากเธอเมื่อกี้ แล้วก็เพลงใหม่อะไรซักอย่างที่ฉันได้ยินจากเครื่องเล่น MP3 ของผอ.”   พูดไปแล้วก็อายตัวเอง….. ทุกเพลงที่ผมรู้จักมีอยู่แค่นี้  ที่เหลือเป็นเพลงไม่รู้จัก ได้ยินมาบ้างตามวิทยุ และดักฟังเขาเอาทั้งนั้น

 

 

              [แล้วชอบเพลงไหน ?]

 

 

              “เพลงล่าสุดที่ผอ.เปิดในห้องนั่นแหละ”  ผมพูดเขินๆ  ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเพลง แต่ยังพอมั่วเนื้อได้บ้าง

 

 

 

              อาร์ตี้หัวเราะคิก

              [เนื้อเพลงยังไงล่ะ ร้องให้ฟังสิ แอนธอสไม่ค่อยฟังเพลงหรอก  แต่ฉันรู้จักทุกเพลงแหละ]

 

 

              “…………”

               “And then  eh……”

              “And then a hero comes along…… with the s… strength to carry on …”  

 

 

 

[And you cast your fears aside …… maldad Que hay batallas que ganar] 

“And you cast your fears aside  And you know you can survive...”

 

 

 

              อาร์ตี้ช่วยผมไว้ทันพอดี ก่อนที่จะเข้ารกเข้าพงไปกว่านี้ เสียงของเงือกดังก้องกังวาลขึ้นมาอีกรอบ คราวนี้ผมได้ยินเสียงของเธอชัดเจนโดยที่ไม่ต้องแอบฟัง

 

.

              [เธอก็ร้องได้นี่]  

 

              “เอ่อ ได้แต่แบบภาษาอังกฤษงูๆปลาๆ  ดักฟังจากวิทยุของชาวบ้านเค้าเอา ฉันมั่วอิตาลีไม่ได้หรอก”

 

 

 

              [ไม่เป็นไรน่า….]

              [พร้อมกันนะเดรก]

 

 

           [ So when you feel like hope is gone … Nos convierte en luchador]


             "eh …. So when you feel like hope is gone  Look inside you and be strong...”

 

 

 

[ Y descubres lo comun]

“And you'll finally see the truth….”

 

.

 

 

[No hay un heroe como tu ]

“That a hero lies in you”



 

 

               [เธอก็ร้องเพลงได้นี่]    อาร์ตี้พูดย้ำอีกครั้งราวกับจะทำให้ผมมั่นใจ

              .

 

 

 

              [เพลงนี้ชื่อ Hero ของ Il Divo ….]

              [ Daddy เป็นฮีโร่ของฉัน แล้วของเธอล่ะ?]

 

 

 

              ผมยิ้มเขินๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร

              อาร์ตี้กำลังดีใจ และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมดีใจเมื่อได้ยินเสียงในหัวคนอื่นไปด้วย….

 

.

 

 

-END-

 

 

.

 

 

ปล. คิดว่าเดรกที่อายุ 12 เริ่มสนิทกับอาร์ตี้ตั้งแต่ตอนนั้นแหละ

ปล.1  ลุคน่ะโคตรเคะ  และลุคในมุมมองของเดรกน่ะเคะมาก

ปล.2 แซงคิวทุกเรื่องที่เขียนไว้ เพราะเจอน้อง Alex Goot ที่หน้าตาคล้ายเดรกมากแล้วพีค  ขอบคุณฮานะและคุ่นที่ให้ยืมลูกมาแต่งเล่นด้วยฮ่า 

ปล.3  ต่อไปคงเรื่องของลุค ไม่ก็เจสซี่มั้ง ... แจ่มสัสตูล่ะะะ รวมเล่มริวเอลตูล่ะะ  //ตายยยย

ปล. 4 ขอบคุณทุกคนที่อ่านจบด้วยจ้าาาาาาาา

 


 

 

Comment

Comment:

Tweet

เผลอจิ้นกับคำว่า

[ไม่เป็นไรน่า...]
[พร้อมกันนะเดรก]


.....
มิจฉาชีพฆาตกรรมตัวเองด้วยการเลือนเร็วไปหน่อยค่ะ O<-<
/กราบพี่

อ่านใหม่อีกรอบแล้ว เดรกเคะมากอ่ะพี่ใบตองง นี่ขนาดกับอาร์ตี้ยังเคะขนาดเน้วววววว
/ดราม่าาา

ชอบฟิคนี้จังค่ะ อ่านเรื่อยๆลื่นๆ บรรยากาศอบอุ่นมากกก :D !!!

#4 By Candle on 2012-04-26 11:28

อร๊ายยยยยยยยยยย
ชอบจังเลยค่ะมึงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

บรรยากาศเรื่องมันเบาๆชิวๆหวานๆหอมๆนุ่มๆ(?)ดีอะ ฮือ

ขอบคุณนะที่มาร้องเพลงกับอาตี้ ไว้อาตี้ยอมเปิดปากเมื่อไหร่ คงได้ร้องเพลงจริงๆจังๆตอนนั้นแหละ

เดรกน่ารักนะ สมแล้วที่โปริ่ง /เผ่น

#3 By ..-~:HANA~hanachiko:~-.. on 2012-04-25 16:02

จาก จ.ร.ด.มนม.

อ่านแล้ว.....


ลุคเคะมาก เพราะเดรกเป็นคนเล่าสินะคะ


//นายแย่มากนะเดรก นี่เล่าบิดเบือนเพื่อให้ตัวเองดูเสะขึ้นเหรอ


ป.ล. ประโยคสองอันข้างบน มีอันนึงเป็นจริง อีกอันไม่จริง....

++++++++++++++++++++++++

ป.ล.2. แล้วเมื่อไหร่จะเป็น3Pล่ะคะ?

#2 By minatan+minamo on 2012-04-25 16:01

/ปาดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ก่อนอื่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่่นคุณมากที่เอาลุคมาเขียนด้วยนะคะพี่ เป็นรายแรกเลยที่มีลุมคาแจม(ประทับจายยย) ส่วนเรื่องลุคค้งลุคเคะอะไรนี่คุ่นจะข้ามมันไป โว้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นนนนนนน มันเป็นเรื่องในอดีต ตอนนี้ลุคยังไงก็เสะเต็มสตรีมอยู่แล้วค่ะ /สะบัดผมอย่างเสะมาก

อ่านแล้วชอบบรรยากาศของเรื่องมาก คือมันค่อยๆเล่าไปอย่างละมุนละไม ...นั่นแหล่ะ ละมุนละไม O<----< ตอนที่มาพบอาร์ตี้ก็ดีหรือตอนที่ร้องเพลงก็ดี มันดูอ่อนโยนไปหมดเลยฮร้า แล้วก็ชอบที่บรรยายว่าสำหรับเดรก แอนธอสคือฮีโร่ ส่วนออสตินคือคนที่พาเขามาที่นี่ด้วยค่ะ มันให้อารมณ์ก๊าวๆเหมือนพวกบรอนซ์เซนต์แอบปลื้มโกลด์เซนต์ในเซนต์เซย่าเลย มาก่อนก็คูลกว่า แบบนั้นอ้ะะ

ยังไงจะรออ่านเรื่องราวของเดรกต่อไป ถ้าเกิดอยากได้เพลงในลิสต์ที่รู้จักเพิ่ม โปรดปลุกเป็ดสีชมพูที่นอนเคี้ยวน้ำลายหยับๆรออยู่ในห้องให้มันร้องให้ฟังได้นะฮร้า

ปล.และอย่าลืม แจ่มสัส กับเล่มข้างๆ

#1 By KUN on 2012-04-25 15:43